วันอังคารที่ 18 มกราคม 2011 เวลา 18:23 น.
Rate this item
(4 votes)

หน่วยฟื้นฟูนกล่าเหยื่อ คณะสัตวแพทยศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์

หน่วยฟื้นฟูนกล่าเหยื่อ หน่วยฟื้นฟูนกล่าเหยื่อ คณะสัตวแพทยศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์

ดำเนินการโดยคณะสัตวแพทยศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการเพื่อการฟื้นฟูประชากรสัตว์ป่าใน ธรรมชาติระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช คณะวนศาสตร์และคณะสัตวแพทยศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ และกลุ่มศึกษาเหยี่ยวและนกอินทรีในประเทศไทย

หน่วยฟื้นฟูนกล่าเหยื่อ โรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

Kasetsart University Raptor Rehabilitation Unit (KURRU)

 

จุดประสงค์

1. ฟื้นฟูสุขภาพนกที่มีต้นกำเนิดจากธรรมชาติและเจ็บป่วยเนื่องจากการขาดอาหาร หรือบาดเจ็บ ด้วยการวินิจฉัยและบำบัดรักษาทางสัตวแพทย์ให้มีสุขภาพแข็งแรงและปรับ พฤติกรรมให้สามารถดำรงชีวิตได้ด้วยตนเองเพื่อคืนสู่ธรรมชาติในถิ่นอาศัยที่ เหมาะสม
2. เพื่อพยุงประชากรของนกในธรรมชาติที่ถูกคุกคามเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ เป็นการอนุรักษ์สัตว์ป่าด้วยการฟื้นฟู
3. เป็นแหล่งศึกษาและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับนกในธรรมชาติให้กับสาธารณะ


แนวทางการดำเนินการ

1. รับนกที่มีความจำเป็นต้องฟื้นฟูสุขภาพและมีความเป็นไปได้ที่จะปล่อยคืนสู่ ธรรมชาติด้วยการคัดกรอง นกภายใต้ดุลยพินิจของสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของคณะสัตวแพทยศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ โดยให้ความสำคัญนกชนิดที่ถูกคุกคามเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ (Endangered species) ทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพเป็นลำดับแรก
2. ดำเนินการด้วยเงินบริจาคของสาธารณะ สนับสนุนโดยกองทุนฟื้นฟูนกล่าเหยื่อเพื่อปล่อยคืนธรรมชาติ และกองทุนเพื่อรักษาช้างและสัตว์ป่าของคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
3. มุ่งฟื้นฟูสุขภาพนกเพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติในถิ่นอาศัยที่เหมาะสม ในกรณีที่นกได้รับการฟื้นฟูจนพ้น ภาวะวิกฤตต่อชีวิตแล้วแต่พิการอย่างถาวร เช่น ตาบอด ปีกถูกตัด จนทำให้นกไม่สามารถดำรงชีวิตด้วยตนเองได้เมื่อถูกปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ทางหน่วยฟื้นฟูฯ จะเลี้ยงไว้เป็น ตำรามีชีวิตเพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับนกในธรรมชาติกับเยาวชน นักเรียน นิสิตนักศึกษาหรือประชาชนที่สนใจ หรือจัดหาผู้อุปการะนกที่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงนกรับเลี้ยงต่อไป เช่น สวนสัตว์ โดยดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฏหมายภายใต้พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ ป่า พ.ศ.2535


ขั้นตอนการดำเนินงาน

1. รับนกที่บาดเจ็บจากประชาชนทั่วไป เช่น นกบินชนกระจก โดนยิง บินตกเพราะขาดอาหาร ในกรณีนกอินทรีหรืออีแร้ง ซึ่งสำหรับนกขนาดเล็กจะดำเนินการ ตรวจวินิจฉัยและบำบัดรักษา ณ โรงพยาบาลสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน และเมื่อมีความจำเป็นต้องปรับพฤติกรรมหรือฝึกบินในระยะสั้น จะเคลื่อนย้ายไปฝึกบินที่กรงฝึกบิน คณะสัตวแพทยศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน โดยเฉลี่ย การปรับพฤติกรรมและฝึกบินใช้เวลา 1-2 เดือน โดยประมาณ
2. จัดทำทะเบียนประวัตินกแต่ละตัวที่เข้ารับการฟื้นฟู เมื่อนกมีสุขภาพแข็งแรงและมีสภาพขนสมบูรณ์ แล้วจะตรวจวัดเพื่อเก็บข้อมูลพื้นฐานด้านชีวรูปพรรณ (biometric data) และใส่ห่วงขา (leg banding/ringing) หรือรหัสอื่นๆ เช่น รหัสปีก (wing tag) หรือเครื่องส่งสัญญาณวิทยุหรือดาวเทียมตามความเหมาะสมของขนาดตัวของนก เพื่อเฝ้าติดตามนก หากมีผู้พบเห็นหรือจับนกได้อีกครั้ง ทำให้ได้รับข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับการอพยพย้ายถิ่นหรือการเคลื่อนที่ของนก ในกรณีที่เป็นนกอพยพ
3. เมื่อนกมีสภาพพร้อมที่จะดำรงชีวิตในธรรมชาติ จะดำเนินการปล่อยในถิ่นอาศัยหรือสถานที่ที่ เหมาะสมต่อการดำรงชีพของนกชนิดนั้นและตามฤดูกาลที่เหมาะสม เช่น นกอพยพต้องปล่อยในช่วงฤดูกาลอพยพ แต่นกที่ได้รับการฟื้นฟูแล้วไม่น่าจะดำรงชีวิตด้วยตนเองได้ เนื่องจากพิการ หรือสูญเสียสัญชาติญาณสัตว์ป่า จะเลี้ยงไว้เป็นตำรามีชีวิต สอนนิสิตสัตวแพทย์  หรือส่งต่อให้สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า หรือสวนสัตว์เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่า


บัญชีธนาคารรับบริจาคเพื่อสนับสนุนการดำเนินการของหน่วยฟื้นฟูนกล่าเหยื่อเพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ

ชื่อบัญชี กองทุนฟื้นฟูนกล่าเหยื่อเพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ (Raptor Rehabilitation & Release Fund)
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขา ม.เกษตรศาสตร์ (บางเขน)
ประเภทบัญชี ออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 374-1-59950-2

โครงการ Adopt-a-Raptor:

โดยหน่วยฟื้นฟูนกล่าเหยื่อเพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
Kasetsart University Raptor Rehabilitation Unit (KURU)

* เป็นโครงการฟื้นฟูสุขภาพเหยี่ยว นกอินทรี อีแร้งหรือนกชนิดอื่นๆ เพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติภายใต้ขอบเขตการดำเนินการของหน่วยฟื้นฟูสุขภาพนกเพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติและเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูสุขภาพของนกที่บาดเจ็บ บินตกเนื่องจากขาดอาหารหรือพลัดหลงได้ต่อชีวิต สามารถกลับไปใช้ชีวิตด้วยตนเองในธรรมชาติต่อไป


* นักดูนกหรือประชาชนทั่วไปที่ประสงค์จะมีส่วนร่วมในการฟื้นฟู ตลอดระยะเวลาตั้งแต่รับนกเข้าหน่วยฟื้นฟูสุขภาพและปล่อยคืนสู่ธรรมชาติเรียก ว่า ผู้อุปการะโดยผู้อุปการะบริจาคค่าอาหาร ค่าตรวจและฟื้นฟูสุขภาพเป็นจำนวนเงิน 4,400 บาท ต่อเหยี่ยว 1 ตัว

* โครงการจะเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เมื่อรับนกเข้ามาฟื้นฟูเพื่อรับการอุปการะ ที่เว็บเฟซบุกเพจของหน่วยฟื้นฟูนกล่าเหยื่อฯ www.facebook.com/KasetsartUniversityRaptorUnit


ประสงค์จะรับอุปการะเหยี่ยวหรือนกล่าเหยื่อบาดเจ็บ หรือสอบถามเกี่ยวกับการช่วยเหลือ นำส่งนกล่าเหยื่อบาดเจ็บ กรุณาติดต่อนายสัตวแพทย์ภัทรพงศ์ จักรทอง สัตวแพทย์ประจำหน่วยฟื้นฟูนกล่าเหยื่อฯ โทร. 086-3328117

นกล่าเหยื่อทุกชนิด ได้แก่ เหยี่ยว นกอินทรี อีแร้ง และนกเค้าต่างๆ เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 มิให้ทำร้ายจนบาดเจ็บหรือตาย มิให้ดักจับเพื่อซื้อขาย เลี้ยงหรือครอบครองส่วนบุคคล

หากพบเหยี่ยวอพยพบางตัว หมดแรง ขาดอาหาร บินไม่ได้ หรือบาดเจ็บด้วยกรณีใดๆ นำส่งหน่วยฟื้นฟูนกล่าเหยื่อฯ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อฟื้นฟูสุขภาพ บำบัดรักษา และนำปล่อยคืนธรรมชาติต่อไป โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ที่

1. โรงพยาบาลสัตว์ ม.เกษตรศาสตร์ บางเขน กทม.

2. คลินิกนกล่าเหยื่อ (ตรงข้ามอาคารรักษาช้าง) โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กำแพงแสน จ.นครปฐม

3. คลินิกสัตว์ป่า ศูนย์ประสานงานการช่วยเหลือสัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร.1362

ในกรณีอยู่ต่างจังหวัด ห่างไกลจากสถานที่ข้างต้น สามารถนำส่งนกล่าเหยื่อบาดเจ็บที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าในภูมิภาค ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช


ตามไปดู หน่วยฟื้นฟูนกล่าเหยื่อภารกิจช่วยธรรมชาติของคน ม.ก.

http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9520000036538

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ดำเนินการช่วยเหลือฟื้นฟูนกล่าเหยื่อในธรรมชาติที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ โดยมีหน่วยฟื้นฟูนกล่าเหยื่อเพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (Kasetsart University Raptor Rehabilitation Unit: KURU)

หน่วยงานนี้ถือเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่น่าสนใจยิ่งและมีบทบาทสำคัญใน การอนุรักษ์ซึ่งปฏิบัติหน้าที่หลักในการช่วยเหลือนกล่าเหยื่อ ให้การดูแลรักษาฟื้นฟูสุขภาพและปล่อยคืนสู่ธรรมชาติตลอดจนดำเนินภารกิจ ติดตามดูพฤติกรรมหลังคืนสู่ธรรมชาติอย่างครบวงจร
ย้อนกลับไปเมื่อ พ.ศ. 2550 คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย และกลุ่มศึกษาเหยี่ยวและนกอินทรีในประเทศไทย ดำเนินการช่วยเหลือฟื้นฟู อนาคิน แร้งดำหิมาลัย และเหล่าเจได แร้งสีน้ำตาลหิมาลัย 4 ตัว จนคืนธรรมชาติได้สำเร็จเป็นการจุดประกายให้สังคมหันมาสนใจการอนุรักษ์นกล่า เหยื่อพร้อมทั้งจัดตั้ง ศูนย์ฟื้นฟูนกล่าเหยื่อเพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เพื่อช่วยเหลือสัตว์ป่าคุ้มครองให้มีสภาพพร้อมคืนสู่ธรรมชาติ และเป็นแหล่งศึกษาตำรามีชีวิตให้กับนักเรียน นิสิต นักศึกษา และสาธารณะชน

ผศ.น.สพ.ดร.ไชยยันต์ เกษรดอกบัว หัวหน้าหน่วยชันสูตรโรคสัตว์ และหัวหน้าหน่วยฟื้นฟูนกล่าเหยื่อ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า หน่วยฟื้นฟูนกล่าเหยื่อ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภายใต้การดูแลของโรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน มีภารกิจในการช่วยเหลือฟื้นฟูนกล่าเหยื่อในธรรมชาติ อาทิ เหยี่ยว นกอินทรี อีแร้ง หรือนกเค้า รวมทั้งนกชนิดอื่น ๆ ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ เพื่อช่วยเหลือสัตว์ป่าคุ้มครองให้มีสภาพพร้อมคืนสู่ธรรมชาติ

การดูแลนกล่าเหยื่อมีความจำเป็นต้องฟื้นฟู สุขภาพ และมีความเป็นไปได้ที่จะปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ด้วยการคัดกรองนก ภายใต้ดุลยพินิจของสัตวแพทย์  โดยให้ความสำคัญต่อนกล่าเหยื่อหรือนกชนิดที่ถูกคุกคามเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพเป็นอันดับแรก หากนกบางตัวบาดเจ็บจนแม้ได้รับการรักษาให้รอดชีวิตแล้วแต่พิการถาวร ถ้าปล่อยคืนธรรมชาติก็คงดำรงชีวิตด้วยตนเองไม่ได้จึงจำเป็นต้องเลี้ยงไว้ เป็น ตำรามีชีวิตเพื่อใช้ในการศึกษาของนิสิต นักศึกษาสัตวแพทย์ หรือนักเรียนทั่วไปให้ได้รู้และเข้าใจวิถีชีวิตของนกล่าเหยื่อว่าเป็นสัตว์ ป่าไม่ใช่สัตว์เลี้ยงเป็นการรณรงค์ให้รู้เพื่อลดการดักจับนกธรรมชาติหรือนก ป่ามาเลี้ยงในกรงขังอย่างผิดกฎหมาย


สำหรับภารกิจสำคัญของศูนย์ฟื้นฟูนกล่าเหยื่อ เกิดขึ้นเมื่อในเดือนมกราคม ปี 2552 ที่ผ่านมา เมื่อได้รับมอบอีแร้งสีน้ำตาลหิมาลัยจำนวน 7 ตัว จากกรมอุทยานแห่งชาติฯ ที่บาดเจ็บและพลัดหลงจากการอพยพในท้องที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ได้แก่ จังหวัดชัยภูมิ กาญจนบุรี ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล และ นครศรีธรรมราช จังหวัดละ 1 ตัว ซึ่งปัจจุบันอยู่ในในระหว่างการดำเนินการฟื้นฟูสุขภาพ เพื่อให้สภาพร่างกายสมบูรณ์ ปราศจากโรค รวมทั้งสามารถกินอาหารได้ดี หลังจากนั้นจึงทำการปรับพฤติกรรม หรือฝึกบินในระยะสั้น เมื่อนกมีสภาพพร้อมที่จะดำรงชีวิตในธรรมชาติ จะดำเนินการปล่อยในถิ่นอาศัย หรือสถานที่ที่เหมาะสมต่อการดำรงชีพของนกชนิดนั้น และตามฤดูกาลที่เหมาะสม

ผศ.น.สพ.ดร.ไชยยันต์ กล่าวเสริมว่า นกล่าเหยื่อจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 บุคคลทั่วไปห้ามมีไว้ในครอบครองยกเว้นเป็นไปเพื่อการศึกษา วิจัย หรือเพื่อการอนุรักษ์นก

"นกล่าเหยื่อถือว่าเป็นสัตว์ป่าที่มีวิถี ชีวิตและการใช้ชีวิตด้วยการบินสูงบนท้องฟ้า ซึ่งธรรมชาติได้สร้างให้นกเหล่านี้ใช้ชีวิตอย่างอิสระมิใช่จะมาเป็นสมบัติ ส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่งเพียงแค่ตอบสนอง ย่อมส่งผลลบต่อประชากรของนกในธรรมชาติให้ลดจำนวนลงจนอาจสูญพันธุ์ อีกทั้งผู้เลี้ยงไม่มีความรู้ความชำนาญในการดูแลนกล่าเหยื่อที่มีลักษณะการ ดำรงชีวิตพิเศษแตกต่างจากนกกลุ่มอื่น ๆ และมีไม่น้อยที่นกที่ถูกซื้อมาต้องพบจุดจบด้วยความไม่รู้และเลี้ยงไม่เป็น

การฟื้นฟูสุขภาพเพื่อคืนธรรมชาติ จึงเป็นวิธีช่วยเหลือสัตว์ป่าที่เป็นมาตรฐานทั่วไปของอารยประเทศ นกเหล่านี้บางตัวเมื่อได้รับการฟื้นฟูแล้วสามารถกลับไปใช้ชีวิตด้วยตนเองได้ เป็นการต่อชีวิตให้สัตว์ป่าและนกล่าเหยื่อ จำนวน 55 ชนิด ในบ้านเราล้วนมีจำนวนน้อยในธรรมชาติเมื่อเทียบกับนกกลุ่มอื่น เช่น นกเกาะคอนตัวเล็ก ๆ และเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ การฟื้นฟูเพื่อคืนธรรมชาติช่วยเสริมจำนวนประชากรที่ถูกเบียดเบียนจากการ ลักลอบดักจับเพื่อนำมาเลี้ยงอย่างผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ หน่วยฟื้นฟูนกล่าเหยื่อได้จัดตั้งโครงการอุปการะเหยี่ยวเพื่อปล่อยคืนสู่ ธรรมชาติ (Adopt a Raptor) ขึ้นเพื่อเป็นโครงการฟื้นฟูสุขภาพนกเหยี่ยว นกอินทรี อีแร้ง หรือนกชนิดอื่นที่มีสถานภาพเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ โดยเปิดโอกาสให้นักดูนกหรือประชาชนทั่วไปมีส่วนร่วมฟื้นฟูสุขภาพนอกที่ได้ รับการบาดเจ็บ สามารถกลับไปมีชีวิตด้วยตนเองในธรรมชาติต่อไป

ผศ.นสพ.ธเนศร ทิพยรักษ์ รองคณบดี คณะสัตวแพทยศาสตร์ มก. วิทยาเขตกำแพงแสน อธิบายเพิ่มเติมว่า นักดูนก หรือประชาชนทั่วไปที่มีอยากจะมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูตลอดระยะเวลาตั้งแต่รับ นกเข้าศูนย์ ฟื้นฟูสุขภาพและปล่อยคืนสู่ธรรมชาติว่า ผู้อุปการะ โดยผู้อุปการะจะมีส่วนร่วมทุกขั้นการดำเนินงาน

ผู้อุปการะจะได้รับข้อมูลและความคืบหน้าที่ เกี่ยวกับการฟื้นฟูสุขภาพของเหยี่ยวที่รับอุปการะพร้อมทั้งบริจาคค่าอาหาร ค่าตรวจวินิจฉัยและฟื้นฟูสุขภาพ เป็นจำนวนเงิน 2 ระดับดังนี้ การดูแลเหยี่ยวหรือนกเค้าแมว มีค่าใช้จ่ายจำนวน 4,000 บาท นกอินทรีหรือนกแร้ง มีค่าใช้จ่ายจำนวน7,700 บาท หลังจากผู้อุปการระจะเป็นผู้ดำเนินการปล่อยนก หรือเหยี่ยวพร้อมที่จะดำรงชีวิตด้วยตนเองในธรรมชาติภายใต้ดุลพินิจของ สัตวแพทย์ประจำศูนย์ฟื้นฟู จะทำการตรวจสอบพื้นที่ถิ่นอาศัยที่เหมาะสมของนกล่าเหยื่อแต่ละชนิด

เบญน.สพ.เบญจพล หล่อสัญญาลักษณ์ เป็นอีกหนึ่งเมล็ดพันธุ์ใหม่ของคณะสัตวแพทยศาสตร์ มก. ที่ใช้ความรู้ความสามารถและความชื่นชอบทางด้านสายพันธุ์นก จนได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายสัตว์แพทย์ประจำหน่วยฟื้นฟูนกล่าเหยื่อ

"สำหรับภารกิจแรกของนายสัตวแพทย์ประจำหน่วยฟื้นฟูนกล่าเหยื่อ คือการดูแลนกที่ได้รับบาดเจ็บ พร้อมทั้งดูแลฟื้นฟูสุขภาพให้แข็งแรง ก่อนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ยกตัวอย่างกรณีของเหยี่ยวปีกแดง ซึ่งเป็นนกที่ได้รับบาดเจ็บการยิงบริเวณปีก ขาพิการ และติดเชื้ออย่างรุนแรง ทำให้เราต้องเฝ้าดูอาการนกตลอด 3 เดือน ซึ่งปัจจุบันยังไม่ปกติ แต่เราจะพยายามให้เหยี่ยวปีกแดงกลับคืนสู่ธรรมชาติโดยเร็วที่สุด

ผมรู้สึกว่า สัตว์ป่าที่เราสามารถเห็นได้ตลอดเวลา โดยไม่จำเป็นต้องเข้าป่า ก็คือนก ซึ่งนกเปรียบเสมือนประชากรสัตว์ป่าที่หาดูได้ง่ายที่สุด ยิ่งช่วง 3 ปีหลังจากเรียนจบ ผมมีโอกาสลงพื้นที่ ในมก.วิทยาเขตกำแพงแสน พอมาเรียนที่นี้ ทำให้ผมรู้จักพันธุ์นกมากกว่า 200 ชนิด ด้วยการใช้เวลาดูนกในช่วงเช้าและเย็น จากนั้นจึงศึกษาต่อว่า นกพันธุ์นี้มาจากไหน กินอะไรเป็นอาหาร เพราะอย่างน้อยที่ความรู้ที่ได้รับจะเป็นประโยชน์ให้กับตัวเอง และน้องๆ รุ่นต่อไป

ติดตามการดำเนินงานฟื้นฟูนกล่าเหยื่อเพื่อปล่อยคืนธรรมชาติ ที่เว็บเฟซบุกเพจของหน่วยฟื้นฟูนกล่าเหยื่อฯ www.facebook.com/KasetsartUniversityRaptorUnit

Last modified on วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2015 เวลา 12:53 น.
Administrator

Administrator

หน่วยงานสารสนเทศโรงพยาบาลสัตว์ ม.เกษตรได้รับมอบหมาย

ให้ดำเนินการจัดทำเว๊บไซท์ของโรงพยาบาลสัตว์ ม.เกษตร บางเขน

โดยมีวัตถุประสงค์ในการประชาสัมพันธ์งานต่างๆของโรงพยาบาลสัตว์

และให้บริการความรู้กับสัตวแพทย์ นิสิตสัตวแพทย์ ตลอดจนผู้สนใจ

Website: www.kasetanimalhospital.com

Latest from Administrator

back to top